[AS] Event#3 Catch the monster

posted on 04 Jul 2013 21:07 by khaosap
เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
--------------------------------------------------------------------
 
 
 
ร... เร็ว... เร็วไปไหม 55555 ก็มันเป็นฟิคอ่ะ พอดีมีไฟจะเขียนด้วย ก็.... นิดนึง
(ช่วยเขียนนิยายให้มันเร็วแบบนี้ได้ไหมวะ)
 
 
...ได้รับภารกิจให้ไปจับสัตว์...
 
ขอบ่นหน่อยว่าม่างไม่มีชื่อพันธุ์ สปีชี่ย์ อะไรให้กุเล้ยยย ย
รู้ไหมว่ามันเอาไปแทนสรรพนามบุรุษที่ 2-3-4 ยากมากกกกก
 
คือเราก็เรียกกันขำๆเว่ย แบบ.... หมีเม่น ...ปอมปิรันยา... อะไรแบบนั้น
แต่นึกออกป่ะว่ามันเอาไปใส่ในภาษาฟิคไม่ด๊าย Q [ ] Q !!!!! คิดนานมากอ่า กะอีแค่คำเรียกแทน
 
อ่ะ.... ผลชินดัน
 
 
เหตุผลที่ทำให้ฟิคแอบเขียนยากนิดนึง คือเราเป็นคนไม่เล่นเกมค่ะ...
 
ดังนั้นเราจะไม่เข้าใจฟิลว่าสาย STR สาย VIT สาย AGI นี่แม่งจะอะไรยังไง 5555
อัลคาทราสก็สาย SRT นะคะ แต่รู้สึกจะเอนไปทาง DEF มากกว่า(?) มีคนบอกมานะ ฮาๆ
 
...ส่งการบ้าน...
 
อัลคาทราส วอนเดอริงค์ ฌอง ฟรานซัวร์
(ชื่อเต็ม) (ชื่อที่แจ้งไว้จะเป็น อัลคาทราส วอนเดอริงค์ เฉยๆ)
 
คลาส 3B
 
--------------------------------------------------
 

                การอ่านหนังสือในป่าอาจเรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศรูปแบบหนึ่ง

 

                ทั้งที่จุดประสงค์ที่แท้จริงกลับไม่ได้ใกล้เคียงกับการพักผ่อนหรือการเปลี่ยนบรรยากาศเลยสักนิด หากแต่ในหนังสือ 'Carnivores' เล่มหนาที่อัลคาทราสถือติดมือมาด้วยนั้นมีข้อมูลทุกอย่างที่เขาต้องการจะรู้ แม้จะไม่แน่ใจว่าข้อมูลนั้นมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่ก่อนที่จะเดินทะเล่อทะล่าเข้าป่าไปนั่งอ่านหนังสือชิลๆ ชายหนุ่มก็คิดว่าเขาควรจะมีอะไรอยู่ในหัวบ้าน ดังนั้นปลายทางของเขาที่แรกจึงกลับกลายเป็นน้ำพุกลางโรงเรียนอาเวสเทอเรียในยามกลางวันซึ่งปลอดภัยที่สุดเพราะรายล้อมด้วยนักเรียนที่เดินสวนกันไปมา...

 

                ดวงตาสีน้ำตาลไม้โอ๊คไล่ไปตามตัวหนังสือเล็กๆบนหน้ากระดาษเนื้อดี...

 

                หากต้องอ่านเก็บรายละเอียดคร่าวๆแบบนี้แน่นอนว่าหนังสือในมือของเขาย่อมเขียนเป็นภาษา... ฝรั่งเศส

 

                รูปที่ปรากฎอยู่บนหน้าหนังสือเป็นรูปของสุนัขจิ้งจอกสีแดงสองหรือสามตัวที่อยู่กันเป็นคู่ "ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนเวลากลางวันมักจะนอนในโพรงดิน หากมีหลายตัวอาจจะไล่จับกินสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ เช่น กวาง หรือสัตว์ขนาดเล็กเช่น กิ้งก่า จิ้งเหลน แย้ หรือซากสัตว์และผลไม้ โดยมากหากินตัวเดียวหรือเป็นคู่ คือประมาณ 2-4 ตัว ไม่ค่อยอยู่เป็นฝูง" ปลายนิ้วที่สวมปลอกเล็กเหล็กสีเงินวาวไล่ตามไปตัวอักษรพร้อมกับอ่านทวนเบาๆ "ตอนกลางคืน... อย่างนั้นหรือครับ"

 

                ชายหนุ่มถอนใจ... ปัญหาของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าสัตว์ที่เขากำลังตามหานั้นจะอาศัยอยู่เป็นฝูงหรือว่าอยู่ตามลำพัง แต่คำว่ากลางคืนมีความหมายสำหรับคนที่มี DNA ของนกอยู่ในตัว... เพราะนกอย่างเขาสายตาไม่ค่อยดีในยามกลางคืนนั่นเอง

 

                "แต่สัตว์ทดลองที่ตัดต่อพันธุกรรมแล้วก็ต้องลบข้อจำกัดของสัตว์แต่ละชนิดได้นี่นา"

 

                ข้อจำกัดของจิ้งจอกอาจจะเป็นการไม่หากินในยามกลางวันก็เป็นได้ เพราะประสิทธิภาพที่น่าจะเป็นที่ต้องการจริงๆคือการออกหากินได้ทั้งวันและกลางคืนต่างหาก

 

                อัลคาทราสพลิกหนังสือไปหน้าที่คั้นเอาไว้และคิดว่าเขาคงจะได้ความคิดอะไรบ้างหลังจากอ่านจบทั้งหมดที่ต้องการจะอ่าน "สิงโตใช้เวลาส่วนมากไปกับการพักผ่อนประมาณ 20 ชั่วโมงต่อวัน สามารถกระตือรือร้นได้ทุกช่วงเวลา แต่โดยทั่วไปแล้วมันจะกระตือรือร้นและมีชีวิตชีวามากที่สุดตอนพลบค่ำกับช่วงเข้าสังคม" คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะกระพริบตาอีกครั้งและพยายามจะรวบรวมข้อมูลเข้าด้วยกัน "ถ้าจุดเด่นของจิ้กจองคือว่องไวปราดเปรียว และจุดด้อยคือการหากินเวลากลางคืน ถ้าอย่างนั้น ลักษณะเด่นของสิงโตที่มีกำลังมากกับลักษณะด้อยที่เรียกได้ว่าขี้เกียจ เอามารวมกันง่ายๆ จุดเด่นที่อาจจะเกิดขึ้นก็น่าจะเป็นความว่องไวและพละกำลังที่มากขึ้น...."

 

                สิ่งที่อัลคาทราสต้องการให้เกิดขึ้นมากที่สุดในตอนนี้ก็คือขอให้ปิรันยาเป็นสัตว์หากินเวลากลางวัน ในใจของเขามุ่งสนใจแต่เรื่องแสงอาทิตย์เพราะถ้าหากต้องออกไปจับสัตว์อันตรายในตอนกลางคืนก็อาจจะไม่พ้นว่าจะได้เรื่องเจ็บตัวอย่างแน่นอน

 

                หัวข้อสุดท้ายที่โพสอิทแปะคั่นเอาไว้เป็นเรื่องของปิรันยาและจากการกวาดสายตาคร่าวๆนอกจากจะไม่พบคำว่า 'หากินเวลากลางวัน' แล้ว สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีที่ได้เห็น นั่นก็คือ 'อยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่'

 

                "เห็นทีจะต้องไปในตอนกลางคืนจริงๆสินะครับ" ….เขาหันไปพูดกับนกสีขาวตัวใหญ่ที่นอนพองขนอยู่ข้างๆ "หรือว่าผมควรจะหาคนสายตาตอนกลางคืนไปเป็นเพื่อนดีล่ะครับ คุณโฟร่า" ฝ่ามือใหญ่แบออกเป็นเชิงถามให้สัตว์เลี้ยงเลือกคำตอบ นกอัลบาทรอสพองขนเล็กน้อยอย่างใช้ความคิดก่อนจะก้มลงใช้ปากงับๆนิ้วชี้ของคนพูดเป็นคำตอบว่า 'ใช่'

 

                "แต่เกรงว่าอีกฝ่ายจะได้รับอันตรายไปด้วยน่ะสิครับ"

               

                โฟร่าหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างกับประสานกจะพูดว่า 'แล้วจะถามเพื่ออะไร'

 

                "พละกำลัง... ความว่องไว... ฟัน…" ร่างสูงทวนคำเสียงแผ่วและเริ่มคิดว่าเขาควรจะต่อกรกับจุดเด่นเหล่านั้นอย่างไร "คุณโฟร่าไปบินเล่นไหมครับ ผมจะไปส่ง" อัลคาทราสไม่คิดว่าแผนของเขาจะได้ผลสักเท่าไหร่ เดิมทีเขาก็ถนัดเป็นหนอนหนังสือเสียมากกว่าจะออกไปใช้กำลังท้าต่อยท้าตีกับใครเขา แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่เขาจะต้องทำแล้วก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งที่แรกต้องทำก่อนจะเริ่มออกไปจับสัตว์อันตราย... เขาจะต้องทำให้แน่ใจก่อนว่าคนรอบข้างตัวจะยังปลอดภัยดีอยู่

 

                โฟร่าพองขนใส่เจ้านายอย่างไม่อยากจะสนทนาด้วยนัก(?) อัลบาทรอสค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วกางปีกที่ยาวเกิน 2 เมตรออกยืดเส้นยืดสายก่อนจะถูกเจ้านายอุ้มขึ้นและพาเดินไปยังที่โล่งเพื่อให้นักยักษ์ได้มีทางวิ่งก่อนจะทะยานขึ้นฟ้า

 

                …

 

                ร่างสูงแวะกลับห้องไปเปลี่ยนชุดลำลองซึ่งเป็นเสื้อเชิ้ตกับกางเกง... หากว่านั่นจะเรียกว่าลำลอง

 

                หนังสือเล่มหนาไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรกับเขามาก อัลคาทราสคิดว่าเขาอาจจะต้องหาข้อมูลให้มากกว่านี้แต่ด้วยความที่คิดว่าหากเอาแต่หาข้อมูล สัตว์ทดลองที่ว่าอาจจะหลุดเข้ามาในโรงเรียนจนทำให้ใครได้รับอันตรายเสียก่อน

 

                ในเมื่ออาเวสเทอเรียรายล้อมด้วยป่าจนทำให้ไม่สามารถคิดออกได้ว่าควรจะเริ่มจากป่าบริเวณใด แต่จากการคาดเดาโดยคร่าวแล้ว การเริ่มต้นที่ป่าหน้าหอพักนักเรียนดูจะเป็นความคิดที่ดีที่สุด เพราะหากกลุ่มคนไม่หวังดีเลือกจะปล่อยสัตว์เข้ามาในโรงเรียนเพื่อทำร้ายนักเรียนจริงๆ จะเสียเวลาไปปล่อยสัตว์ที่หอพักครูหรือว่าห้องนั่งเล่นภารโรงทำไมกัน

 

                กลิ่นของดวงจันทร์ลอยมาตามสายลมยามเย็นที่มีแสงอาทิตย์โพล้เพล้ ปอยผมยาวสีขาวเงินปลิวไหวเล็กน้อยขณะที่ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปในป่า... พร้อมกับไฟฉาย "แบบนี้ก็เห็นอะไรบ้างนะครับ" เขาปลอบใจตัวเองพร้อมกับกระชับหนังสือในทือเพื่อความอุ่นใจพลันนึกขึ้นได้ว่าเขาจะถือมันมาด้วยเพื่ออะไรในเมื่อไม่มีแสงแล้วเขาก็คงอ่านหนังสือไม่ได้อยู่ดี

 

                ….แต่ก็เดินมาไกลเกินกว่าจะเดินกลับไปเก็บแล้ว

 

                อัตลักษณ์อีกอย่างที่ DNA นกอัลบ